พระอาจารย์ชา วัดวังหอมวิปัสสนาราม อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ตอนที่1



                                          พระอาจารย์ชา   มหิทธิโก




    พระอาจารย์ชา  มหิทธิโก ถือกำเนิดที่   อำเภอป่าพยอม  จังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่                              
๒๖ เดือน สิงหาคม    ..๒๕๑๙  ปัจจุบันอายุ  ๓๘    ปี บิดาชื่อนายเล็ก เงินทอง (ปัจจุบันเสียชีวิต)มารดาชื่อ  นางจัด ช่วยแก้ว มีพี่น้อง  ๑๐ คน    ท่านเป็นคนที่       เริ่มเข้าเรียนที่โรงเรียน  บ้านทุ่งชุมพล   ตำบลลานข่อย    อำเภอป่าพยอม  จังหวัดพัทลุง   เมื่อเรียนถึงชั้น ป.๓ บิดาของท่านได้ถึงแก่กรรม ท่านจึงได้ออกจากโรงเรียน บวชหน้าไฟเป็นสามเณร  ที่วัดแม่เจ้าอยู่หัว  อำเภอเชียรใหญ่  จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อท่านบวชมาได้  สักระยะหนึ่ง  จนมีอายุได้ ๑๓ ปี  ท่านได้สึกออกมาทำงานที่   อำเภอทุ่งสง   จังหวัดนครศรีธรรมราช    ประกอบอาชีพค้าขาย  (ค้าส่งปลา)   จนประสบความสำเร็จด้านอาชีพในขณะนั้นด้วยวัยเพียง ๑๗ ปี และได้เริ่มมีครอบครัวที่อำเภอทุ่งสง
                หลายปีต่อมา  พระอาจารย์ชา ได้พบกับหลวงพ่อวิจิตร ที่สำนักสงฆ์ถ้ำพระหอ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช หลวงพ่อวิจิตรได้ทัก และล่วงรู้วาระจิต ของพระอาจารย์ชา จึงทำให้ท่านแปลกประหลาดใจว่า  หลวงพ่อรู้วาระจิตและทำเช่นนั้นได้อย่างไร   ทำให้ท่าน
เกิดความสงสัยเป็นอันมาก  ท่านจึงอยากจะทำได้อย่างหลวงพ่อบ้าง
                 หลวงพ่อวิจิตร จึงให้ท่านมองเข้าไปในถ้ำพระหอ  ทันใดนั้น ปรากฏว่าท่านเห็นร่างพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม ขึ้นภายในถ้ำ กำลังเดินออกมาหาท่าน ทำให้ท่านรู้สึก  ตื่นเต้นดีใจและเกิดความปิติปราโมทย์ เป็นอย่างยิ่ง  พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม ได้กล่าวกับท่านว่า
“ให้หมั่นสวดมนต์ นั่งสมาธิ เมื่อถึงเวลาแล้วท่านจะรู้เอง”
                  ท่านก็ได้ปฏิบัติตัวตาม ที่พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม ได้บอกไว้ หลังจากที่พระอาจารย์ชา ได้ปฏิบัติตัวตาม อยู่เรื่อยมานั้น จนกระทั่ง ๑ ปีต่อมา  หลวงพ่อวิจิตร     ท่านได้มรณภาพลง  ทำให้พระอาจารย์ชา รู้สึกเคว้งคว้าง ไม่มีที่ปรึกษาและยังไม่ได้ปฏิบัติอะไรเลยเพราะหลวงพ่อวิจิตรท่านยังไม่ทันได้สอน
                  วันหนึ่ง   ท่านได้ขับรถไปจังหวัดภูเก็ต   เพื่อจะไปติดต่องาน ระหว่าง   ทางช่วงตำบลบางสวรรค์ อำเภอพระแสง  จังหวัดสุราษฏร์ธานี ได้เกิดหลับใน เนื่องจากความอ่อนเพลีย รถประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำและตกเหว ท่านมีความรู้สึกว่าท่านได้ตายแล้วและวิญญาณของท่าน  ได้ค่อยๆลอยขึ้นๆ  ผ่านหมู่เมฆหมอกขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง  ได้ไปพบกับสถานที่แห่งหนึ่ง บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบายโปร่งโล่งเบา ไร้ความกังวลและความทุกข์ใดๆ มีความรู้สึกว่า ท่านอยากจะอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้มาก
                   สักครู่ต่อมา ท่านก็ได้พบกับพระสงฆ์รูปหนึ่งค่อยๆ ลอยมาหาท่านความรู้สึกในจิตของท่าน มีความรู้สึกว่าพระรูปนี้ต้องเป็นพระอรหันต์แน่ๆ โดยที่ตอนนั้น   ท่านก็ยังไม่รู้เลยว่าพระอรหันต์   คือใครและเป็นแบบไหนอย่างไร?  ท่านจึงได้สนทนากับพระอรหันต์รูปนั้น   และขออนุญาต อยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ด้วยเพราะรู้สึกว่าอยู่แล้วมีความสุข  สบายมาก  แต่พระอรหันต์รูปนั้น
 กล่าวว่า  “ท่านจะได้มาอยู่ที่นี่แน่นอน แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ให้ท่านกลับลงไปช่วย(เขา)ก่อน”
                    ท่านก็มีความเข้าใจว่าคงให้ลงไปช่วยครอบครัวทำงาน  เดี๋ยวเมื่อถึงเวลาคงได้กลับมาที่นี่แน่นอน จึงได้กลับลงไปแต่โดยดี  และได้มาฟื้นรู้สึกตัว  อีกทีว่า   พบว่าตัวท่านอยู่ภายในรถมูลนิธิที่กำลังเดินทางไปโรงพยาบาล  จึงได้ถามเจ้าหน้าที่ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อได้ทราบว่า   ท่านประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำตกเหว    จึงค่อยๆย้อนระลึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาและก็เริ่มจำความได้    จึงได้สำรวจร่างกายดูว่า  บาดเจ็บมากน้อยเพียงใด แต่ก็ไม่เป็นอะไรมาก เพียงบาดเจ็บบ้างพอสมควร  ได้ตรวจร่างกายรวมทั้งพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ๒ วัน หมอจึงให้กลับบ้านได้  
                     หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา   ท่านก็มีอาการแปลกๆเกิดขึ้น คือเริ่มมีความสามารถพิเศษบางอย่าง  เพียงเล็กน้อยแบบกระจุ๋มกระจิ๋ม    เช่น    ล่วงรู้เหตุการณ์ต่างๆ  ล่วงหน้าและการทำนายทายทักได้อย่างแม่นยำ
                    หลายปีต่อมา    ธุรกิจของท่านเริ่มประสบปัญหามากมายถึงขั้นล้มละลาย จะด้วยผลกรรมอะไรก็สุดจะแล้วแต่   ท่านก็เลยพาครอบครัวอพยพ ออกจากอำเภอทุ่งสง ไปอาศัยญาติอยู่ที่จังหวัดกระบี่   ทำการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ                       
                 อยู่มาวันหนึ่ง   เกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ขึ้นอีก   ที่หน้าบ้านของญาติเวลาประมาณ ๑ทุ่ม เศษ เห็นพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิมปรากฏกายอีกครั้งหนึ่งคล้ายๆ กับเห็นที่ถ้ำวัดพระหอ
พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม ได้กล่าวว่า    “ให้ท่าน ไปหาบ้านไม้ ที่มีต้นกล้วยอยู่หน้าบ้านสามต้น”  แล้วพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม ก็ได้หายไป    แต่ท่านก็ยังไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก
                   จนกระทั่งคืนหนึ่ง ภรรยาของท่านได้ฝันเห็น พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม ในฝันได้บอกให้ไปหาบ้านไม้ที่มีต้นกล้วยอยู่หน้าบ้านสามต้นอีก  ท่าน   จึงมาใคร่ครวญดูว่าบ้านหลังดังกล่าว     อาจจะเป็นสถานที่ ที่ท่านอาศัยอยู่แล้วจะทำให้ท่านค้าขายดี ร่ำรวยเหมือนเมื่อครั้งก่อนก็ได้ ท่านจึงได้ทำการค้นหา บ้านหลังดังกล่าว  ทั่วทั้งจังหวัดกระบี่แต่ก็ยังหาไม่พบ ต่อมาจึงยุ่ง ไม่มีเวลามัวแต่ค้าขาย  ทำงานทำการเพลินไป   จนลืมเรื่องบ้านหลังนั้นไปเลย
                   จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง  ได้คิดถึงพี่ชายที่อยู่กรุงเทพฯ และคิดว่าจะลองมาค้าขายที่กรุงเทพฯ ดูบ้าง   และได้มาพบบ้านไม้ที่มีต้นกล้วยสามต้นอยู่หน้าบ้านเข้าพอดีโดยบังเอิญ                                 
พบเข้าที่ซอยเงิน เงิน แถวๆตลิ่งชัน บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเช่าซึ่งคนเช่าได้ออกไปพอดี  จึงได้ขอเช่าบ้านหลังนั้น  เจ้าของบ้านก็ให้เช่าอย่างง่ายดายโดยที่ไม่ต้องวางเงินล่วงหน้าเมื่อได้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้แล้ว   ก็มีความรู้สึกว่า   ไม่อยากจะทำอะไร อยากจะปฏิบัติสวดมนต์และทำสมาธิอย่างเดียว
                   จนกระทั่งคืนหนึ่ง  ขณะนั่งทำสมาธิอยู่ จิตรวมลงเกิดความสงบมากจนได้เกิดญาณรู้สิ่งต่างๆ ขึ้นมาอยากรู้อะไรก็รู้ไปหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องธรรมชาติ  เรื่องจักรวาล   เรื่องธรรมะ  เรื่องการปฏิบัติให้ถึงซึ่งความหลุดพ้น  แล้วจึงได้ย้อนระลึกชาติ  ไปหมื่นเจ็ดร้อยกว่าชาติว่าได้เกิดเป็นอะไรมาบ้าง     และท่องเที่ยวภพภูมิต่างๆ    ไม่ว่าจะเป็นนรก สวรรค์ พรหมโลก
                   จนกระทั่ง  ตรวจเช็คดูว่า ก่อนตายจากชาติที่แล้วท่านได้ไปอยู่ที่ไหน?กลับมาเกิดอีก  ครั้งนี้เพื่ออะไร?มีหน้าที่ทำอะไร?  จะต้องช่วยใคร?    ได้ไปเห็นอบายภูมิหรือนรกซึ่งเห็นแล้วน่ากลัว รู้สึกสลดสังเวช และน่าสงสารมาก ท่านจึงมีความคิดว่า จะต้องช่วยคน  และสั่งสอนธรรม   ให้คนเข้าถึงธรรม   เพื่อปิดประตูอบายภูมิ ให้ได้                                                 
                   หลังจากคืนนั้น   จึงได้เรียกภรรยา มาเพื่อแสดงธรรมให้ฟัง   หลังจากที่ได้แสดงธรรมเสร็จแล้ว ท่านกล่าวว่า  “ท่านมีความรู้สึกว่าท่านเป็นพระแล้ว ท่านอยากจะไปบวช และอนุญาตให้ภรรยาท่าน ไปมีครอบครัวใหม่ได้” แต่ภรรยาของท่าน  เมื่อได้ฟังธรรมเสร็จแล้ว   ได้ตอบกลับไปว่า
“ฉันจะไม่ขอมีครอบครัวใหม่อีกแน่นอน    แต่จะคอยเป็นแรงใจคอยช่วยเหลือสนับสนุนท่านให้พบกับความสำเร็จ”      
ท่านจึงกล่าวกับภรรยาว่าถ้าอย่างนั้น ท่านจะอยู่เป็นฆราวาสให้อีก ๗ ปี เมื่อถึงวันครบกำหนด ๗ ปีแล้ว ท่านก็จะขอบวชไม่สึก
                   หลังจากท่านได้ญาณ และอยู่ที่บ้านหลังนั้นครบสองเดือน ก็ได้เดินทางกลับมาอยู่ที่บ้าน อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช และได้เกิดความเปลี่ยนแปลง ของท่านจากหน้ามือเป็นหลังมือไม่ว่าจะเป็นการพูดการจา  อารมณ์ของท่านที่เคยใจร้อน ก็เย็นขึ้น และพูดจาแต่ในหลักธรรมเท่านั้น จนมารดาของท่าน คิดว่าท่านคงเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ หลังจากที่ท่านประสบเคราะห์กรรมทางธุรกิจอย่างหนัก
                   ต่อมา สักระยะหนึ่งท่านรู้สึกท้อแท้มาก เพราะว่าเทศนาและแสดงธรรมไป ก็ไม่มีใครเชื่อถือและศรัทธา   คงเห็นว่าท่านเป็นเพียงฆราวาสไม่ใช่พระภิกษุ   อีกอย่างคงเห็นว่าท่านอายุยังน้อยด้วย วันหนึ่ง  ท่านจึงทำสมาธิเข้าฌาน ได้ถอดจิตไปเฝ้า พระโพธิสัตว์กวนอิม ที่สวรรค์ชั้นดุสิต ท่านแปลกใจมากเพราะโลกมนุษย์พระโพธิสัตว์เป็นผู้หญิง แต่จริงๆแล้วข้างบนสวรรค์พระโพธิสัตว์กวนอิมท่านเป็นผู้ชาย ได้สนทนากันถึงเรื่องการแสดงธรรมของท่านว่า……
ไม่มีใครเชื่อถือและศรัทธาตัวท่านเลย เวลาแสดงธรรมให้แก่คนฟัง
เป็นเพราะเหตุอันใดหรือ?”
พระโพธิสัตว์กวนอิม ได้ตอบกลับมาเป็นปริศนาธรรมว่า
พระคุณเจ้า ให้เอา กิเลสล่อกิเลส ซิ แล้วเอา กิเลส ประหารกิเลส
ท่านจึงได้กลับลงมาและได้พิจารณาใคร่ครวญปริศนาธรรมดังกล่าวนั้นว่า มนุษย์เรานี้ ส่วนใหญ่มีกิเลสหนามาก มนุษย์ส่วนใหญ่ต้องการอะไร?  เป็นหลักใหญ่สำคัญ
อ๋อ  ! คิดออกแล้ว
มนุษย์ ส่วนมากต้องการความอยู่ดีกินดี ความร่ำรวย  เป็นหลักใหญ่สำคัญ  ท่านจึงเริ่มบอกเลขบอกหวย และแนะนำเรื่องหลักฮวงจุ้ยให้คนร่ำรวย รวมทั้งการค้า การขายและโชคลาภ จนมีคนเชื่อถือและศรัทธาในตัวท่าน
หลังจากนั้น ท่านก็เริ่มเทศนาและสอดแทรกหลักธรรมต่างๆ  เพื่อให้ทุกคนเกิดปัญญา  และหันเข้ามาทางธรรมกันบ้าง  แต่ก็ได้ผล เพียงไม่ถึงห้าสิบเปอร์เซนต์เท่านั้น ที่หันเข้ามาทางธรรม
ท่านกล่าวว่า  แต่ก็ยังดีกว่า ไม่ได้อะไรเลย

2 ความคิดเห็น:

  1. คณิฎฐ์ษา แสงทองวรีย์14 สิงหาคม 2555 09:15


    ดิฉันได้เข้าร่วมการเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่ถำนายพุฒ พระอาจารย์เยี่ยมมาก บารมี่ท่านสูงมากขอเชิญท่านเข้าร่วมปฏิบัติธรรมกันนะจ้ะ

    ตอบลบ
  2. อาจารย์ชา หนูกลับจากงานวางศิลาฤกษ์ หนูกับแฟนที่ทำร้านถ่ายรูปในงานวางศิลาฤกษ์ หนูกลับบ้านไป และเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่วัดวังหอมให้ แม่ ยาย พี่สาว และ เืพื่อนๆๆฟัง เล่าเรื่องที่ลูกแก้วหล่นมาจากฟ้า หนูกับแฟนเก็บได้ 8 ลูก แต่ตอนนี้ให้ แม่ พี่สาว ยาย เหลือแค่ 2 ลูกแล้วค่ะ
    และบอกกับแม่ว่า "แม่ถ้าพระธาตุหยกที่ใหญ่ที่สุดในโลก เสร็จ ไว้ครอบครัวเราไปเที่ยวกัน"
    มีโอกาศจะเข้าไปที่วัด นมัสการอาจารย์ชาน่ะค่ะ

    ตอบลบ