ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพ ทอดกฐินสามัคคี ๘๔๐๐๐ กอง
ณ วัดวังหอมวิปัสสนาราม ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช
มีให้เลือกทำ ๓ อย่างคือ
๑.พระสูตร ๒๑๐๐๐ กอง
๒.พระวินัย ๒๑๐๐๐ กอง
๓.พระธรรม ๔๒๐๐๐ กอง
เลือกทำ กองละ ๕๐๐ บาท หรือจะทำทั้งสามกองก็ได้ เริ่มรับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปถึงวันที่๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๗
งานทอดกฐินเริ่มวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
ติดต่อสอบถาม โทร. ๐๙๓-๖๔๙-๐๕๖๑ , ๐๙๑-๕๒๙-๕๙๖๕ ,๐๙๘-๐๑๐-๒๘๑๕ , ๐๘๗-๖๘๒-๗๐๐๖

พระอาจารย์ชา วัดวังหอมวิปัสสนาราม อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ตอนที่1



                                  พระอาจารย์ชา  มหิทธิโก


ประวัติพระอาจารย์ชา

พระอาจารย์ชา ถือกำเนิดที่อำเภอป่าพยอม จังหวัดพัทลุง เริ่มเข้าเรียนที่
โรงเรียนบ้านทุ่งชุมพล ตำบลลานข่อย อำเภอป่าพยอม จังหวัดพัทลุง
เมื่อเรียนถึงชั้นป.3 บิดาของท่านได้ถึงแก่กรรมลง
พระอาจารย์ชา จึงได้ออกบวชหน้าไฟ เป็นสามเณร ที่วัดแม่เจ้าอยู่หัว
อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

บวชมาได้สักระยะหนึ่ง จนท่านอายุได้ 13 ปี พระอาจารย์ชา
ก็ได้สึกออกมาทำงานที่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ประกอบอาชีพค้าขาย (ค้าส่งปลา) จนประสบความสำเร็จด้านอาชีพใน
ขณะนั้น ด้วยวัยเพียง 17 ปี และได้เริ่มมีครอบครัวที่อำเภอทุ่งสงนี้

ต่อมา พระอาจารย์ชา ได้พบกับหลวงพ่อวิจิตร ที่สำนักสงฆ์ถ้ำพระหอ
อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
หลวงพ่อวิจิตรได้ทัก และล่วงรู้วาระจิต ของพระอาจารย์ชา
จึงทำให้ท่านแปลกใจว่าหลวงพ่อรู้และทำได้อย่างไร ทำให้ท่านเกิดความ
สงสัยเป็นอันมาก จึงอยากจะทำได้แบบหลวงพ่อบ้าง
หลวงพ่อวิจิตรจึงให้ท่านมองเข้าไปในถ้ำพระหอ จึงปรากฏเห็นพระโพธิสัตว์
เจ้าแม่กวนอิม ขึ้นภายในถ้ำ ทำให้ท่านรู้สึกมีความตื่นเต้นดีใจและเกิดความ
ปิติเป็นอย่างมาก

พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิมได้กล่าวกับท่านว่า

"ให้หมั่นสวดมนต์ และนั่งสมาธิแลัวเมื่อถึงเวลาท่านจะรู้เอง"


ท่านก็ได้ปฏิบัติตาม ที่พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม บอกมา หลังจากที่
ได้ปฏิบัติตามอยู่เรื่อยนั้น
จนกระทั่งวันหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นานหลวงพ่อวิจิตร ท่านได้มรณภาพลงทำ
ให้ท่านรู้สึกเคว้งคว้าง ไม่มีที่ปรึกษาและไม่ได้ปฏิบัติอะไรต่อ….
จนอยู่มาวันหนึ่งท่าน ได้ขับรถไปจังหวัดภูเก็ต เพื่อจะไปติดต่องาน ระหว่าง
ทางช่วงตำบลบางสวรรค์ อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฏร์ธานี
ได้เกิดหลับใน เนื่องจากความอ่อนเพลีย รถประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำและ
ตกเหว ท่านมีความรู้สึกว่าท่านได้ตาย และวิญญาณของท่าน…
ได้ค่อยๆลอยขึ้นๆ ผ่านหมู่เมฆหมอก ขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้พบกับที่แห่ง
หนึ่ง บรรยาศร่มรื่นเย็นสบายโปร่งโล่งเบา ไร้ความกังวลและความทุกข์ใดๆ
มีความรู้สึกว่า อยากจะอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้มาก
สักครู่ต่อมา ท่านก็ได้พบกับพระสงฆ์องค์หนึ่่งค่อยๆลอยมาหาท่าน ความรู้
สึกในจิตของท่านว่าพระรูปนี้เป็นพระอรหันต์แน่ๆ
โดยที่ตอนนั้น ท่านก็ยังไม่รู้ว่าพระอรหันต์ คือใครและเป็นแบบไหนอย่างไร?

ท่านจึงได้สนทนากับพระอรหันต์รูปนั้น และขออนุญาต อยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ด้วย
เพราะว่ารู้สึกสุขสบายมาก แต่พระอรหันต์รูปนั้นได้กล่าวว่า…………

"ท่านจะได้มาอยู่ที่นี่แน่นอน แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา"

ให้ท่านกลับลงไปช่วย(เค้า)ก่อน ท่านก็มีความเข้าใจว่าคงให้ลงไปช่วยครอบ
ครัวทำมาหากินละมั้ง ท่านจึงได้กลับลงไป และได้มาฟื้นรู้สึกตัวอีกทีว่าอยู่ภาย
ในรถมูลนิธิที่กำลังเดินทางไปโรงพยาบาล จึงได้ถามเจ้าหน้าที่ว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อได้ทราบว่า ท่านประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำตกเหว จึงค่อยๆ ระลึกและ
ก็เริ่มจำความได้...

จึงได้สำรวจร่างกายดูว่าบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด แต่ก็ไม่เป็นอะไรมาก เพียง
บาดเจ็บบ้าง เล็กน้อย
และได้ตรวจร่างกายรวมทั้งพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ประมาณ 2 วัน หลังจาก
นั้นเป็นต้นมา ท่านก็เริ่มมีความสามารถพิเศษบ้างเพียงเล็กน้อยแบบกระจุ๋มกระ
จิ๋ม เช่น ล่วงรู้เหตการณ์ต่างๆ ล่วงหน้า ทำนายทายทัก

อยู่มาได้สักระยะหนึ่ง ธุรกิจของท่านประสบปัญหามากมาย จะด้วยผลกรรมอะไร
ก็แล้วแต่ ท่านก็เลยพาครอบครัวอพยพออกจากอำเภอทุ่งสงไปอาศัยญาติอยู่ที่
จังหวัดกระบี่ ทำการค้าเล็กๆน้อยๆ

อยู่มาวันหนึ่่ง เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นอีก ที่หน้าบ้านของญาติเวลาประมาณ
1ทุ่ม เศษ เห็นพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิมอีกครั้งหนึ่งคล้ายๆ กับเห็นที่ถ้ำวัดพระ
หอ พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม ได้กล่าวว่าให้ท่าน ไปหาบ้านไม้ ที่มีต้นกล้วย
หน้าบ้านสามต้น แล้วพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิมก็ได้หายไป…………
แต่ท่านก็ยังไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก

จนกระทั่งคืนหนึ่ง……………
ภรรยาท่านได้ฝันเห็น พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม ได้บอกให้ไปหาบ้านไม้
ที่มีต้นกล้วยหน้าบ้านสามต้นอีก ท่าน จึงมาใคร่ครวญดู………..
ว่าบ้านหลังดังกล่าวอาจจะเป็นสถานที่ ที่อยู่แล้ว จะทำให้ท่านค้าขายดี ร่ำรวย
เหมือนเมื่อครั้งก่อนก็เป็นได้
ท่านจึงได้ทำการค้นหา บ้านหลังดังกล่าว เกือบทั่วทั้งจังหวัด
กระบี่ แต่ก็ยังหาไม่พบ………

ต่อมาจึงยุ่ง ไม่มีเวลามัวแต่ค้าขาย ทำงานทำการ จนลืมเรื่องบ้านหลังนั้นไปเลย
จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง ได้คิดถึงพี่ชายที่อยู่กรุงเทพฯ และคิดว่าจะลองมาค้าขาย
ที่กรุงเทพฯ ดูบ้าง
และได้มาพบบ้านไม้ที่มีต้นกล้วยหน้าบ้านสามต้นเข้าพอดีโดยบังเอิญ พบเข้า
ที่ซอยเงิน เงิน แถวๆตลิ่งชัน บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเช่าซึ่่งคนเช่าได้ออกไป
พอดี จึงได้ขอเช่าบ้านหลังนั้น เจ้าของบ้านก็ให้เช่าอย่างง่ายดาย
และเมื่อได้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้แล้ว ก็มีความรู้สึกว่าไม่อยากจะทำอะไร อยาก
จะปฏิบัติสวดมนต์และทำสมาธิอย่างเดียว

จนกระทั่งคืนหนึ่ง ขณะนั่งสมาธิอยู่ จิตรวมลงเกิดความสงบมาก และได้เกิดญาณรู้
สิ่งต่างๆ ขึ้นมา อยากรู้อะไรก็รู้ไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธรรมชาติ เรื่องจักรวาล
เรื่องธรรมะ เรื่องการปฏิบัติให้ถึงซึ่งความหลุดพ้น
แล้วจึงได้ย้อนระลึกชาติไปหมื่นเจ็ดร้อยกว่าชาติว่าได้เกิดเป็นอะไรมาบ้าง
และท่องเที่ยวภพภูมิต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสวรรค์ พรหมโลก จนกระทั่งดูว่า ก่อนตาย
จากชาติที่แล้วได้ไปอยู่ที่ไหน
และกลับมาเกิดอีกครั้งนี้เพื่ออะไร มีหน้าที่ทำอะไรและจะต้องช่วยใคร…และได้ไป
เห็นอบายภูมิหรือนรก ซึ่่งเห็นแล้วน่ากลัวและรู้สึกสลดสังเวสและน่าสงสารมาก
จึงมีความคิดว่า จะต้องช่วยคนและสั่งสอนธรรม ให้คนเข้าถึงธรรม เพื่อปิดประตู
อบายภูมิ ให้ได้

หลังจากนั้นจึงได้เรียกภรรยามาเพื่อแสดงธรรมให้ฟัง หลังจากที่่ฟังธรรมเสร็จแล้ว
ท่านก็บอกว่าจะไปบวช และอนุญาตให้ภรรยาท่าน ไปมีครอบครัวใหม่ได้ แต่

ภรรยาท่านตอบว่า"จะไม่ขอมีใหม่อีกแน่นอนแต่จะคอยเป็นแรงใจคอยสนับสนุนช่วย
เหลือท่านให้พบกับความสำเร็จ"

ท่าน จึงบอกกับภรรยาว่าถ้าอย่างนั้นท่านจะอยู่ให้อีก 7 ปี เมื่อถึงวันครบกำหนดแล้ว
ท่าน ก็จะขอบวชไม่สึก…………………..
หลังจากได้ญาณ และอยู่ที่บ้านหลังนั้นครบสองเดือน ก็ได้เดินทางกลับมาอยู่ที่บ้าน
อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช และได้เกิดความเปลี่ยนแปลง ของท่านไม่ว่า
จะเป็นการพูด การจา อารมณ์ของท่านที่เคยใจร้อนก็เย็นขึ้น และพูดจาแต่ในหลัก
ธรรมเท่านั้น จนมารดาของท่านคิดว่าท่าน คงเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ หลังจากที่ท่าน
ประสบเคราะห์กรรมทางธุรกิจอย่างหนัก

ต่อมา สักระยะหนึ่งท่านรู้สึกท้อแท้มาก เพราะว่าเทศนาและแสดงธรรมไปก็ไม่มีใคร
เชื่อถือและศรัทธา เพราะเห็นว่าท่านเป็นเพียงฆราวาส ไม่ใช่พระอีกอย่างเห็นว่า
ท่านอายุยังน้อยด้วย
วันหนึ่ง ท่านจึงทำสมาธิเข้าฌาน ได้ถอดจิตไปเฝ้าพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม ที่
สวรรค์ชั้นดุสิต และได้สนทนากันถึงเรื่องการแสดงธรรมของท่านว่า……….

“ไม่มีใครเชื่อถือและศรัทธาเลย เวลาแสดงธรรมให้แก่คนฟัง เป็นเพราะเหตุอันใดหรือ?”

พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม ตอบว่า

“ พระคุณเจ้า ให้เอากิเลส ล่อกิเลสซิ แล้วเอา กิเลส ประหาร กิเลส ” 

ท่านจึงได้กลับลงมาและได้พิจารณาว่า………………………………..
มนุษย์เรานี้ ส่วนใหญ่มีกิเลสหนามาก และพิจารณาว่ามนุษย์นี้ต้องการอะไรบ้าง
เป็นหลักสำคัญ
อ๋อ ! มนุษย์ส่วนใหญ่ ต้องการความร่ำรวย เป็นหลักใหญ่สำคัญ ท่านจึงเริ่มบอก
เลขบอกหวย และทำให้คนร่ำรวย รวมทั้งการค้า การขายและโชคลาภ จนมีคนเชื่อถือ
และศรัทธาในตัวท่าน
หลังจากนั้น ท่านก็เริ่มเทศนาและสอดแทรกหลักธรรมต่างๆ เพื่อให้ทุกคนเกิดปัญญา
และหันเข้ามาทางธรรมกันบ้าง

แต่ก็ได้ผล เพียงไม่ถึงห้าสิบเปอร์เซนต์ เท่านั้น ที่หันเข้ามาทางธรรม
ท่านกล่่าวว่า    "แต่ก็ยังดีกว่า ไม่ได้อะไรเลย"



โปรดติดตามอ่านกันต่อไปในตอนที่่ 2

2 ความคิดเห็น:

  1. คณิฎฐ์ษา แสงทองวรีย์14 สิงหาคม 2555 09:15


    ดิฉันได้เข้าร่วมการเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่ถำนายพุฒ พระอาจารย์เยี่ยมมาก บารมี่ท่านสูงมากขอเชิญท่านเข้าร่วมปฏิบัติธรรมกันนะจ้ะ

    ตอบลบ
  2. อาจารย์ชา หนูกลับจากงานวางศิลาฤกษ์ หนูกับแฟนที่ทำร้านถ่ายรูปในงานวางศิลาฤกษ์ หนูกลับบ้านไป และเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่วัดวังหอมให้ แม่ ยาย พี่สาว และ เืพื่อนๆๆฟัง เล่าเรื่องที่ลูกแก้วหล่นมาจากฟ้า หนูกับแฟนเก็บได้ 8 ลูก แต่ตอนนี้ให้ แม่ พี่สาว ยาย เหลือแค่ 2 ลูกแล้วค่ะ
    และบอกกับแม่ว่า "แม่ถ้าพระธาตุหยกที่ใหญ่ที่สุดในโลก เสร็จ ไว้ครอบครัวเราไปเที่ยวกัน"
    มีโอกาศจะเข้าไปที่วัด นมัสการอาจารย์ชาน่ะค่ะ

    ตอบลบ